เหล็กแผ่นรีดร้อน คือเหล็กกล้าที่มีรูปทรงเป็นแผ่น (ลักษณะแบน) ผลิตด้วยกรรมวิธีรีดร้อน (ด้วยลูกกลิ้งหรือแท่นรีดขนาดใหญ่) ซึ่งทำให้แท่งเหล็กกึ่งสำเร็จรูปที่เรียกว่า “สแลบ (slab)” มีขนาดความหนาลดลงจาก 100 มิลลิเมตร เป็นแผ่นที่มีความหนาบางลงอยู่ในช่วง 1.00 ถึง 13.00 มิลลิเมตร ตามที่ลูกค้าต้องการ เหล็กแผ่นรีดร้อน เมื่อผลิตเสร็จแล้วจะอยู่ในลักษณะเป็นม้วน (coil) เรียกว่า “เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (hot-rolled coil)” หรือ “เหล็กม้วนดำ (black coil)” เพื่อประสิทธิภาพในการเก็บรักษา เคลื่อนย้ายและขนส่ง อย่างไรก็ดี เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดแผ่น โรงงานจะทำการตัดแบ่งเหล็กม้วนเป็นแผ่นตามขนาดความยาวและความกว้างที่ลูกค้าต้องการได้อีกด้วย

เหล็กแผ่นรีดเย็น ใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนเป็นวัตถุดิบ ใช้ในงานลักษณะที่ต้องการคุณภาพผิวสูงกว่าและความหนาต่ำกว่าเหล็กแผ่นรีดร้อน โดยนำม้วนเหล็กแผ่นรีดร้อนไปรีดเย็นต่อ จะได้เหล็กแผ่นที่มีผิวมันกว่า แต่ยังเหลือความเครียดในเนื้อเหล็กอยู่ทำให้มีความแข็งสูง ความสามารถในการยืดตัว (Elogation) ต่ำและยังมีความไม่สม่ำเสมอของคุณสมบัติเชิงกลในทิศทางต่างๆสูง จึงไม่เหมาะแก่การใช้งานขึ้นรูป ต้องทำการอบ (Annealing) เพื่อให้คลายความเครียดในเนื้อเหล็กลง โดยความหนาแทบไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อปรับปรุงความเรียบของคุณภาพฟิว และขจัดการยือตัด ณ จุดคลาก (Yield point elogation) ทำให้สามารถไปใช้ขึ้นรูปได้อย่าสม่ำเสมอขึ้น

 

ความแตกต่างของเหล็กแผ่นรีดร้อนกับเหล็กแผ่นรีดเย็นมีดังนี้

 

เหล็กแผ่นรีดร้อน ผลิตโดยกระบวนการรีดร้อนที่อุณหภูมิสูง มีความหนาตั้งแต่ 0.9 มม. ขึ้นไป มีผิวสีเทาดำเนื่องจากออกไซด์ของเหล็กที่เกิดขึ้นที่อุณหภูมิสูง เหล็กแผ่นรีดร้อนอยู่ในรูปม้วนหรือแผ่น สามารถนำไปใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องการคุณภาพผิวสูงนัก เช่น

 

  • พับเป็นเหล็กสำหรับงานโครงสร้าง เช่นเหล็กรูปตัวซี (C-Channel)
  • ม้วนทำท่อขนาดเล็ก (Pipe and tube)
  • ม้วนทำท่อขนาดใหญ่ (Spiral pipe)
  • ทำถังแก๊สหุงต้ม
  • ทำตู้คอนเทนเนอร์
  • ใช้ในอุตสาหกรรมต่อเรือ
  • ใช้ขึ้นรูปชิ้นส่วนช่วงล่างของรถยนต์ที่ต้องการความแข็งแรง
  • ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเหล็กแผ่นรีดเย็น

 

เหล็กแผ่นรีดเย็น ผลิตโดยกระบวนการรีดเย็น ใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนเป็นวัตถุดิบ แล้วนำมารีดลดขนาดความหนาที่อุณหภูมิปกติ โดยทั่วไปจะมีความหนาตั้งแต่ 0.14 มม. ถึง 3 มม. มีผิวสวย มันวาว ใช้ในงานลักษณะที่ต้องการคุณภาพผิวสูงกว่าและความหนาต่ำกว่าเหล็กแผ่นรีดร้อน เช่น

 

  • งานด้านยานยนต์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์
  • ทำผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
  • เป็นโลหะพื้นสำหรับผลิตเหล็กแผ่นเคลือบ เช่น เคลือบสังกะสีเพื่องานทำหลังคา เคลือบดีบุก

 

โดยนำม้วนเหล็กแผ่นรีดร้อนไปรีดเย็นต่อ จะได้เหล็กแผ่นที่มีผิวมันกว่า แต่ยังเหลือความเครียดในเนื้อเหล็กอยู่ทำให้มีความแข็งสูง ความสามารถในการยืดตัว (Elongation) ต่ำและยังมีความไม่สม่ำเสมอของคุณสมบัติเชิงกลในทิศทางต่างๆสูง จึงไม่เหมาะแก่การใช้งานขึ้นรูป ต้องเข้าสู่กระบวนการอบอ่อน (Annealing) เพื่อให้คลายความเครียดในเนื้อเหล็กลง โดยความหนาแทบไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อปรับปรุงความเรียบของคุณภาพผิว และขจัดการยืดตัว ณ จุดคราก (Yield point elongation) ทำให้สามารถนำไปใช้ขึ้นรูปได้ดีและสม่ำเสมอมากขึ้น

 

โดยทั้งผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนและผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดเย็น มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชั้นคุณภาพ (Grade) และประเภทการนำไปใช้งาน