image08
A+ R A-

เทคนิคการเชื่อม


เทคนิคการเชื่อม

 

   กรรมวิธีการเชื่อมโลหะด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์  เป็นกรรมวิธีที่อาศัยการอาร์ก ระหว่างปลายลวดเชื่อมกับชิ้นงานหลอมเป็นแนวเชื่อมได้อย่างต่อเนื่องและสมบูรณ์     จะต้องใช้ทักษะจากช่างเชื่อมในการปฏิบัติงาน  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ช่างเชื่อมหรือผู้ปฏิบัติงาน  จำเป็นต้องรู้ถึงเทคนิค ต่าง ๆ  ในการปฏิบัติงานดังนี้ 

 

 

 

    2.1.2.4 ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและหลายครั้งจนเกิดความชำนาญ

รูปที่  130  แสดงถึงวิธีการเริ่มต้นอาร์กแบบเคาะ

 

 

 

   2.1.2  วิธีขีด  (Scratching)  หรือวิธีเขี่ยลวดเชื่อม  ซึ่งมีวิธีการปฏิบัติดังนี้

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่  131  แสดงถึงวิธีการเริ่มต้นอาร์กแบบขีด

 

 

 

 

  2.2  การเริ่มต้นและสิ้นสุดแนวเชื่อม 
คุณภาพของแนวเชื่อมนั้นไม่ได้ดูตรงส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นการเฉพาะแต่จะต้องดูตลอดทั้งแนว ช่างเชื่อมหลายคนไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากละเลยข้อปฏิบัติการเริ่มต้น  และการสิ้นสุดแนวเชื่อม  จึงควรพิจารณาวิธีปฏิบัติดังนี้ 


 2.2.1  การเริ่มต้นเชื่อม  ควรเตรียมงานให้สะอาด  ปราศจากสิ่งต่าง ๆ เช่น  จาระบี  น้ำมันสนิมเพราะจะทำให้รอยเชื่อมที่ได้ไม่มีคุณภาพตามต้องการ การเริ่มต้นเชื่อมบริเวณจุด     เริ่มต้นของแนวเชื่อมจะเริ่มจากการทำให้เกิดการอาร์ก  เมื่อเกิดการอาร์กขึ้นแล้วให้ยกลวดเชื่อม 
ขึ้นประมาณ  2  เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางลวดเชื่อม  ทำมุมเชื่อมตามลักษณะของรอยต่อ           แบบต่าง ๆ   ซึ่งมุมเชื่อมจะแตกต่างกันไป  หลังจากนั้นให้สร้างบ่อหลอมเหลวซึ่งจะกว้างประมาณ  1.5 – 2  เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางลวดเชื่อม  และต้องให้มีการซึมลึกอย่างสม่ำเสมอ

 

 

2.2.2  วีธีการเชื่อมเมื่อสิ้นสุดแนวเชื่อม  เมื่อทำการเชื่อมถึงจุดสุดท้ายของแนวเชื่อมจะเป็นแอ่งโลหะปลายแนวเชื่อม (Crater)  ซึ่งเป็นจุดที่มีความแข็งแรงต่ำสุดของแนวเชื่อมและเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดรอยร้าวขึ้นได้  จึงจำเป็นต้องเติมลวดเชื่อมที่ปลายแอ่งโลหะให้เต็ม โดยให้เดินย้อนกลับเล็กน้อย  แล้วหยุดเติมแอ่งปลายแนวเชื่อมให้เต็ม  ดังแสดงในรูปที่  132

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่  132  แสดงถึงวิธีการเชื่อมเมื่อสิ้นสุดแนวเชื่อม

 

  2.3 การต่อแนวเชื่อม   ลวดเชื่อมไฟฟ้าแบบหุ้มฟลักซ์  เมื่อเชื่อมจนปลายลวดเชื่อมเหลือประมาณ   38.10   มม. จะต้องมีการเปลี่ยนลวดเชื่อมใหม่และในการเปลี่ยนลวดเชื่อมใหม่      จะต้องมีการต่อแนวเชื่อม  ซึ่งจะต้องเป็นแนวเดียวกันกับแนวเดิม และจะต้องมีความแข็งแรงและมีคุณสมบัติเท่ากับแนวเดิมด้วย  ซึ่งวิธีการต่อแนวเชื่อมมีวิธีการปฏิบัติดังนี้
 

2.3.1  ในกรณีที่แอ่งปลายแนวเชื่อมยังร้อนอยู่  ให้เชื่อมต่อได้ทันที  ไม่ต้องเคาะทำความสะอาด  โดยให้เริ่มต้นอาร์กห่างจากแอ่งหลอมเหลวเดิมไปทางด้านหน้าประมาณ  ½  - 1 นิ้ว  ดังแสดงในรูปที่  133  เริ่มอาร์กที่จุด  แล้วจึงถอยหลังกลับไปที่จุด  B  ซึ่งเป็นบ่อหลอมละลายของแนวเชื่อมเดิม  (วิธีนี้ถ้าช่างเชื่อมขาดทักษะจะเกิดสแลกฝังในรอยเชื่อม)
 

2.3.2  ในกรณีที่แอ่งปลายแนวเชื่อมเย็นแล้ว  ให้ทำความสะอาดโดยใช้ค้อนเคาะสแลก (Slag)  ออกและใช้แปรงลวดขัดให้สะอาดอีกครั้งหนึ่ง   หลังจากนั้นให้เริ่มต้นอาร์กห่างจากแอ่งหลอมเหลวเดิมไปทางด้านหน้าประมาณ  ½  นิ้ว – 1 นิ้ว  เช่นเดียวกับข้อ 2.3.1   ดังแสดงในรูปที่  133    เริ่มอาร์กที่จุด   แล้วจึงถอยหลังกลับไปที่จุด   ซึ่งเป็นบ่อหลอมเหลวของ แนวเชื่อมเดิม

 

 

 

 

 

รูปที่  133  แสดงวิธีการต่อแนวเชื่อม รูปที่  136   แสดงการส่ายลวดเชื่อมในตำแหน่งท่าเชื่อมท่าเหนือศีรษะ

 

 

   ข้อสังเกตในการต่อแนวเชื่อม  ไม่ควรเริ่มต้นอาร์กใหม่ข้างแอ่งโลหะ      ปลายแนวเชื่อมเพราะจะทำให้ความร้อนไม่เพียงพอที่จะหลอมเหลวเป็นเนื้อเดียวกันของแนวเชื่อม  และการเติมลวดเชื่อมตรงแนวต่อจะต้องควบคุมอย่าให้มากเกินไป  เพราะจะทำให้แนวเชื่อมนูนกว่าแนวเดิมแต่ถ้าเติมลวดเชื่อมน้อยเกินไป  จะทำให้แนวเชื่อมแบนและเกิดรอยแหว่ง 


 2.4  การเชื่อมแนวเส้นเชือก  หมายถึง  การเชื่อมโดยไม่ส่ายลวดเชื่อมขณะทำการเชื่อมเพียงแต่ควบคุมระยะอาร์ก มุมของลวดเชื่อม  และความเร็วในการเดินลวดเชื่อมเท่านั้น  ซึ่งการเชื่อมแนวเส้นเชือกนี้  โดยทั่วไปจะใช้กับการเชื่อมในท่าขนานนอน  และท่าตั้งเชื่อมลง  เพราะถ้าส่ายลวดเชื่อมอาจทำให้แนวเชื่อมไม่สมบูรณ์โดยเฉพาะเกิดรอยแหว่งขึ้นได้ 


 2.5  การเชื่อมส่ายลวดเชื่อม  หมายถึง  การลากลวดเชื่อมไปทางด้านข้างเพื่อให้แนวเชื่อมมีขนาดกว้างขึ้น  โดยทั่วไปแล้วความกว้างของแนวเชื่อมไม่ควรเกิน  5  เท่าของความโตลวดเชื่อม  การเลือกรูปร่างหรือแบบของการส่ายลวดเชื่อม จะต้องคำนึงถึงชนิดของรอยต่อขนาดของแนวเชื่อมและตำแหน่งท่าเชื่อมด้วย  การเชื่อมส่ายลวดเชื่อมนี้ โดยทั่วไปใช้เทคนิคนี้กับการเชื่อมรอยต่อร่องของตัววี  สำหรับงานหนา ๆ  และรอยเชื่อมฟิลเลทบนรอยต่อแบบต่าง ๆ  หรือการเชื่อมเสริมทับกันหลาย ๆ ชั้น  การเชื่อมส่ายลวดเชื่อมจะเป็นเทคนิคที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการเชื่อมไฟฟ้าแบบอาร์ก  แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่า  การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการเชื่อม  เช่น  เปลี่ยนแปลงมุมเอียงระยะอาร์ก รูปแบบการส่ายลวดเชื่อม  จะมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของแนวเชื่อมอนึ่งการส่ายลวดเชื่อมในบางกรณี จะทำเพื่อให้รอยเชื่อมมีเกล็ดสวยเท่านั้น  โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ด้านอื่น ๆ การส่ายลวดเชื่อมอาจแบ่งตามลักษณะของตำแหน่ง         ท่าเชื่อมดังต่อไปนี้ 

 2.5.1 การส่ายลวดเชื่อมในตำแหน่งท่าเชื่อม ท่าราบ (Flat Surface) ดังแสดงใน 
รูปที่  134  (จุดสีดำตามแนวด้านข้างรอยเชื่อม  หมายถึง  จุดที่หยุดเติมลวดเชื่อมเพื่อให้เติมลวดเชื่อมที่แนวด้านข้าง มากกว่าส่วนอื่น  เพื่อป้องกันการเกิดรอยแหว่งที่ขอบแนวเชื่อม)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่  134  แสดงการส่ายลวดเชื่อมในตำแหน่งท่าเชื่อมราบ

 

 

 

2.5.2 การส่วยลวดเชื่อมในตำแหน่งท่าเชื่อมท่าตั้ง (Vertical  Line)  ดังแสดงในรูปที่  135

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่  135  แสดงการส่ายลวดเชื่อมในตำแหน่งท่าเชื่อมท่าตั้ง

 

 

 

 

 

2.5.4  การส่ายลวดเชื่อมในตำแหน่งท่าเชื่อม  ท่าเหนือศีรษะ (Overhead)  ดังแสดงในรูปที่  136

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      2.1.1.1 ถือลวดเชื่อมให้อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับชิ้นงาน
      2.1.1.2 กดลวดเชื่อมลงไปเคาะหรือแตะบนแผ่นเหล็กเบา ๆ  แล้วรีบยกขึ้นโดยเร็วเมื่อเกิดการอาร์กและให้ลวดเชื่อมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าประมาณ  2-3  มม.
      2.1.1.3 ปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง  
และหลายครั้งจนเกิดความชำนาญ 
     

 
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=504650 

 

anti02
 .............................................................................................................

คุณสมบัติพิเศษของตะแกรงเหล็กฉีก วี แอนด์ พี

       1. ขนาดรูและน้ำหนักเที่ยงตรงได้มาตรฐาน มีน้ำมันเคลือบกันสนิม 
       2. รูไม่มีเสี้ยนคม แผ่นตะแกรงเหล็กฉีกมีความตรงเรียบตลอดทั้งแผ่น   
       3. ตะแกรงเหล็กฉีกมีหลากหลายลวดลาย สามารถเลือกระดับความหนาและรูปแบบได้ตามต้องการ   
       4. แข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนาน ด้วยวัตถุดิบเหล็กที่มีคุณภาพสูง  
       5. ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงจากยุโรป และได้มาตรฐานสากล 
       6. มีบริการการชุปสังกะสีร้อน(Hot Dip Galvanized) หรืออบสีฝุ่น(Powder Coating) เพื่อป้องกันสนิม

vpINFO01

 

 

 ตะแกรงเหล็กฉีก ตระกูล XS

 ตะแกรงเหล็กฉีก ตระกูล XG   ตะแกรงเหล็กฉีก ตระกูล S 
XS3 xg1 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-4
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-6
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-14
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-25
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-18
s18
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-31 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XG-11
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-32 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XG-12
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-33 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XG-13
xs4 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XG-21
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XG-22
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XG-23 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-30
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-31
 ตะแกรงเหล็กฉีก ตระกูล NO.  ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-35
no ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-37
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น S-40
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-41
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-42  ตะแกรงเหล็กฉีก งานฐานราก 
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-43 rr
xs5
 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น No.26A
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น No.27
no2
 Riblath ตะแกรงก้างปลา
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-51  FM26 ตะแกรงกั้นจ้อยท์
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-52
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-53 xs7
xs6
 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น No.22
 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น No.23
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-61 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-71
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-62 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-72
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-63 ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-73
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-81
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-82
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่น XS-83

where2 600

 

 logoVP2 บริษัท วีแอนด์พี เอ็กซแพนด์ เมททัล จำกัด
49/12 หมู่4 ซอยกิ่งแก้ว 30 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการ 10540
โทร. (662)750-1378, 750-1264, 750-1895, 750-2991, 750-1730
แฟกซ์. (662)750 3091
E-mail : vpexpand@ksc.th.com